ปรับลดราคา ณ โรงกลั่นดีเซล เป็น 5 บาท/ลิตร ตั้งแต่ 24 เม.ย. 69
นายเอกนัฏ เผย กบง. เห็นชอบปรับลดราคา ณ โรงกลั่นดีเซล 2 ระยะ เริ่ม 5 บาท/ลิตร ตั้งแต่ 24 เม.ย. 69
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบปรับลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ให้ยกเลิกประกาศ กบง. ลงวันที่ 8 เมษายน 2569 และกำหนดอัตราปรับลดราคา ณ โรงกลั่นใหม่สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี0 บี7 และบี20 เป็น 2 ช่วง ได้แก่
- ช่วงวันที่ 24 เมษายน 2569 ถึงวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ปรับลด 5.00 บาทต่อลิตร
- ช่วงวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ปรับลด 3.00 บาทต่อลิตร
การพิจารณามาตรการดังกล่าวเป็นผลจากการติดตามสถานการณ์ด้านราคาน้ำมันและต้นทุนการกลั่นอย่างใกล้ชิด ภายหลังจากที่ กบง. มีมติเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 เห็นชอบให้ปรับลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วลง 2.00 บาทต่อลิตร และได้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2569 เป็นต้นมา
จากการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลต้นทุนในการกลั่นน้ำมันดิบจนเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงของกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันในช่วงวันที่ 1–16 เมษายน 2569 พบว่า เมื่อพิจารณาตามหลักการที่คำนึงถึงต้นทุนส่วนเพิ่มจากสถานการณ์ผิดปกติช่วงวิกฤตพลังงาน อาทิ Crude Premium, Product Premium, War Risk Premium, ค่าขนส่ง และค่าประกันภัย ยังปรากฏผลประโยชน์ส่วนเกินของกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันอยู่ที่ 3.43 บาทต่อลิตร จึงเห็นควรนำผลประโยชน์ส่วนเกินดังกล่าวมาใช้เป็นส่วนลดราคา ณ โรงกลั่น
สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างเหมาะสมภายใต้การคำนึงถึงความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจของโรงกลั่นน้ำมันด้วย
นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังได้ดำเนินการปรับปรุงแบบฟอร์มการรายงานข้อมูลจากโรงกลั่นน้ำมันให้มีมาตรฐานมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถแยกรายละเอียดต้นทุนและองค์ประกอบต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วนและแม่นยำมากขึ้น
นายเอกนัฏ ย้ำว่าการลดราคาหน้าโรงกลั่นที่ 5 บาท ในขณะนี้ไม่ได้แปลว่าจะมีการลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มเลยทีเดียว ซึ่งหลังจากนี้ไปการพิจารณาปรับขึ้นหรือปรับลง จะไม่เป็นไปแบบกระชาก 5 ถึง 6 บาทต่อลิตรเหมือนที่ผ่านมา หรือปรับตัวลดลง 3 ถึง 4 บาทต่อลิตร ที่ถือเป็นการปรับขึ้นลงมากเกินไป โดยหลังจากนี้จะเป็นการทยอยปรับขึ้นลง และมีความคาดหวังว่าจะไม่ให้มีการปรับขึ้นราคาน้ำมันอีก แต่ทั้งนี้ก็จะต้องดูราคาน้ำมันที่ตลาดสิงคโปร์เพื่อนำมาอ้างอิงด้วย
นายเอกนัฏ ยังเปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานเตรียมข้อมูลเพื่อเสนอรัฐบาลเพื่อขอกู้เงิน วงเงิน 20,000 ล้านบาท เพื่อมาพยุงกองทุนน้ำมัน แต่จะไม่ขอกู้เกินกรอบเพดานจนทำให้กระทรวงการคลังจะต้องมาค้ำประกันเงินกู้ให้ ซึ่งจะทำตามกรอบของพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมัน คือ กู้เงินไม่เกินกรอบที่กำหนดไว้ 20,000 ล้านบาท
“การกู้อาจจะไม่ปรับไปถึง 100,000 ถึง 150,000 ล้านบาท เพราะจะกระทบต่อสถานะกองทุนน้ำมัน แต่จะมีการพูดคุยกับเจ้าหนี้ของกองทุน เพื่อยืดหนี้โดยการเจรจาให้ผู้ค้ามีการยืดหนี้กองทุนออกไป ซึ่งกระทรวงฯ จะพยามบริหารจัดการให้ดีขึ้น"
อย่างไรก็ตามก็ตาม กองทุนน้ำมันเคยติดลบต่อวัน 2,600 ล้านบาท จะพยายามให้ขาดทุนหรือมีส่วนเพิ่มขึ้นนิดหน่อยวันละประมาณ 100 ล้านบาท เป็นต้น เพื่อให้กองทุนมีเงินไปคืนเจ้าหนี้ได้ โดยที่ไม่ต้องกู้สูงกว่าระดับที่ พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 กำหนดไว้ จนนำไปสู่การออก พ.ร.ก.เงินกู้ เพื่อกระทรวงการคลังมาค้ำประกันคืนหนี้
ต้องยอมรับสภาพว่ากองทุนเป็นหนี้ ซึ่งการลดราคาหน้าโรงกลั่นเปรียบเสมือนให้มาช่วยใช้หนี้ตรงนี้ด้วย
นายเอกนัฏ ยืนยันว่า จะพยายามที่จะรักษาสถานะกองทุนให้อยู่ภาวะที่เหมาะสมไม่เช่นนั้นจะรับมือไม่ไหว เพื่อเตรียมความพร้อมหากการสู้รบรุนแรงขึ้นอีกครั้ง แต่หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางดีขึ้น ก็ยินดีจะทยอยลดลงโดยเฉพาะราคาขายปลีกน้ำมันที่หน้าปั๊ม
นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังพยายามที่จะดูแลในเรื่องของการอุดหนุนราคาน้ำมันให้แก่เกษตรกร รถบรรทุก ไรเดอร์ ที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพน้ำมัน บี20 ,บี7 ซึ่งรัฐบาลก็อุดหนุนเป็นจำนวนมากกว่าน้ำมันประเภทปกติ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB